ลิเวอร์พูลคือทีมเต็งแชมป์

ทำผลงานยอดเยี่ยมสุดๆ สำหรับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่เปิดรังถล่ม “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ขาดลอย 4-0 ในรูปเกมที่เหนือกว่าทุกกระบวนท่าคว้าชัยอย่างเพอร์เฟ็กต์ พร้อมขึ้นนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก นัดแรกอย่างสวยงาม

ระบบการเล่น ไม่มีพลิกอะไรมาก 4-3-3 ตามปกติ ตัวผู้เล่นตามคาดทุกอย่าง โดยตัวใหม่ได้ลงสองคน คือ อลีสซง กับ เกอิต้า ขณะที่ ฟาบินโญ่ เราเห็นฟอร์มตั้งแต่อุ่นเครื่องแล้ว ว่ายังเล่นไม่เข้ากับเพื่อนนัก ดังนั้น ไม่แปลกอะไรที่ต้องเป็นตัวสำรองก่อน ส่วนชาคิรี่ ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะ 3 ตัวจริงในแดนหน้า ยังไงก็ต้องเป็น ซาลาห์-มาเน่-ฟีร์มีโน่อยู่แล้ว

เกมนี้ ลิเวอร์พูลไม่มีมิดฟิลด์ตัวรับ แบบเฉพาะเจาะจง  มิลเนอร์, เกอิต้า และ ไวจ์นัลดุม ผลัดกันยืนเป็นตัวรับ นั่นคือเหตุผลที่เราไม่เห็นเกอิต้า วิ่งลุยแบบเต็มสูบนัก เพราะบางจังหวะ เขาก็ต้องถอยมาเป็นมิดฟิลด์ตัวรับด้วย ถ้าหากในเกมอื่น มีฟาบินโญ่ หรือ เฮนเดอร์สันลง เกอิต้า จะได้ปล่อยของมากกว่านี้

สิ่งที่ทีมงานSBOBET เห็นจากเกอิต้า คือ มีความเร็วสูงมาก และกล้าลากกล้าเลื้อย ในจังหวะครึ่งแรก เขาทะลวงกองหลัง 3 คน ของเวสต์แฮมเกือบได้ยิง หลายคนอาจมองว่า เกอิต้าดื้อไปนิด เลือกจ่ายบอลจะดีกว่าหรือเปล่า แต่การที่เขากล้าเลี้ยงแบบนี้มันดีแล้ว เพราะกองกลางหงส์คนอื่น ถ้าไม่นับอ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ไม่มีใครวิ่งลุยได้แบบนี้เลยนะ

กลยุทธ์ของหงส์แดงในครึ่งแรก เราเห็นเลยว่า เน้นโจมตีด้านขวา ให้เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ครอสบอลรัวๆเข้ามา แต่เมื่อเทรนต์ เปิดผิดพลาด จ่ายบอลเสียไป 3 ครั้งติดๆกัน คราวนี้ หงส์เปลี่ยนแกน โจมตีฝั่งซ้ายบ้าง ซึ่งลูกที่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แอสซิสต์ให้ซาลาห์ เป็นการครอสบอลครั้งแรกของเขาในเกม และเป็นประตูทันทีเลยด้วย เรียกได้ว่าการเปลี่ยนแกน จากโจมตีด้านขวา มาโจมตีด้านซ้าย ได้ผลทันที

ข้ามไปที่แนวรุก เกมนี้เวสต์แฮม วางแผนมา “ปิดตายซาลาห์” ทุกครั้งที่ซาลาห์ได้บอล จะมีกองหลัง 2-3 คน คอยรุม ป้องกันไม่ให้ง้างเท้ายิงได้ ซึ่งก็ได้ผลอยู่บ้าง แต่ปัญหาคือ ลิเวอร์พูลไม่ได้มีอาวุธแค่ซาลาห์คนเดียว พอเน้นป้องกันซาลาห์ ก็เปิดพื้นที่ให้คนอื่นเล่นง่ายๆเลย และมันก็เลยกลายเป็น มาเน่โชว์ ในเกมนี้

ส่วน มาเน่ ทีมงานSBOBET มองว่าเขาเล่นนิ่งขึ้น มีสมาธิมากขึ้น เล่นไม่มีฝืน เลี้ยงในจังหวะที่ควรเลี้ยง จ่ายในจังหวะที่ควรจ่าย วิ่งเข้าหาตำแหน่งที่ถูกต้องไม่มีอะไรพลาดเลย ลองคิดดูว่า ถ้ามาเน่ เล่นได้ในระดับเดียวกับซาลาห์เมื่อซีซั่นก่อนล่ะก็ เกมรุกหงส์จะยิ่งโหดแค่ไหน ขณะที่ฟีร์มีโน่ ด้วยสภาพความฟิต 80% แบบนี้ ถือว่าเล่นได้ดีที่สุดตามสภาพแล้ว จริงๆมีแอสซิสต์ด้วย 1 ลูก ก็โอเคแล้ว

3 คนนี้ พัฒนาความเข้าใจกันถึงขีดสุดแล้ว ทันทีที่ฟีร์มีโน่ ฉีกออกขวา ซาลาห์จะหุบเข้ากลางไปแทนตำแหน่งทันที อีกช็อตหนึ่งที่ผมชอบ คือลูกนำ 1-0 ตอนที่โรเบิร์ตสัน เตรียมจะจ่ายบอล มาเน่ มองเห็นว่าซาลาห์ ฉีกไปที่เสาสองแล้ว เขาขยับตัวเอง ถอยมาจึ้กนึง เป็นออปชั่น ให้โรเบิร์ตสัน เผื่อจะจ่ายมาเสาแรก คือมีการอ่านเกมอยู่ตลอด เห็นเพื่อนเล่นอย่างไร อีกคนจะเลือกเล่นอีกทาง

จุดเปลี่ยนสำคัญสุดในเกมนี้ คือลูก 2-0 ในขณะที่นักเตะเวสต์แฮม สมาธิหลุดเพราะคิดว่าอีก 15 วิ จะหมดเวลาแล้ว แต่ลิเวอร์พูลเล่นต่อ พวกเขาเดินหน้าบุกจนกว่ากรรมการจะเป่า และเป็นที่มาของประตู 2-0 ในนาที 45+2 (จริงๆกรรมการทดแค่ 1) ถ้าหากหงส์แดงไปหยุดเล่น ไม่มีจิตใจคิดเล่นเกมรุก จบครึ่งแรกก็จะนำแค่ลูกเดียว และมันให้ครึ่งหลังยากแน่นอน

สิ่งที่เห็นความเปลี่ยนแปลง คือลิเวอร์พูลไม่กลัวเกรง ทีมที่อุดแล้ว เมื่อซีซั่นก่อน เจอทีมแพ็กเกมรับอุดทีไร หงส์ไปไม่เป็นซะที แต่คราวนี้ พวกเขามีวิธีเจาะหลากหลายขึ้น โจมตีซ้าย ขวา ครอสบอลโด่ง ปาดบอลเรียด ตักบอลตรงกลาง มีตัวเลี้ยงลุย มีลูกยิงไกล มีลูกเซ็ตพีซอันตราย คือองค์ประกอบทุกอย่างมาครบจริงๆ

อีกคนที่ต้องพูดถึง คือแดเนียล สเตอร์ริดจ์ ผลงานยิง 6 ลูก ช่วงอุ่นเครื่องไม่ใช่เรื่องโกหก เราเคยคุยกันแล้วว่า สเตอร์ริดจ์ สามารถเป็นโจ๊กเกอร์ได้จริงๆ คือถ้าเขามีความฟิตสมบูรณ์ สามารถแย่งเป็นตัวจริงได้สบายๆ เกมนี้เขาพิสูจน์แล้ว พอลงเล่น สัมผัสแรกที่ยิงก็เป็นประตูทันที ใช้เวลาแค่ 24 วินาทีเท่านั้น ยอดเยี่ยมมากจริงๆ คือถ้าเขาร่างกายโอเค ไม่มีงอแงถ้าต้องเป็นสำรอง การเก็บไว้ยังไงก็มีประโยชน์

เกมสุดท้ายในซีซั่นที่แล้ว กับไบรท์ตัน เหลือบมองที่ม้านั่งสำรองลิเวอร์พูล มีรักนาร์ คลาวาน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, แดนนี่ อิงส์ และ เบน วู้ดเบิร์น คือไม่เห็นตัวพลิกเกมได้เลย แต่ในม้านั่งสำรองเกมนี้ เราเห็น สเตอร์ริดจ์, เซอร์ดาน ชาคิรี่, อดัม ลัลลาน่า ,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ ฟาบินโญ่ คือมันก็เห็นความแตกต่างนะ สิ่งที่ลิเวอร์พูลเพิ่มแน่ๆ คือคุณภาพของตัวสำรอง

เกมนี้ ถือเป็นการออกสตาร์ตที่ดีมาก ของลิเวอร์พูล โอเคว่า การเจอกับเวสต์แฮมในช่วงหลัง พวกเขาผูกปีชนะอยู่แล้ว แต่ด้วยสกอร์ 4-0 มันเป็นการส่งสารให้ทีมอื่นได้รู้ว่า

หงส์แดงปีนี้ พร้อมแย่งแชมป์เต็มตัวแล้ว

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *