ลิเวอร์พูลคือทีมเต็งแชมป์

ทำผลงานยอดเยี่ยมสุดๆ สำหรับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่เปิดรังถล่ม “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ขาดลอย 4-0 ในรูปเกมที่เหนือกว่าทุกกระบวนท่าคว้าชัยอย่างเพอร์เฟ็กต์ พร้อมขึ้นนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก นัดแรกอย่างสวยงาม

ระบบการเล่น ไม่มีพลิกอะไรมาก 4-3-3 ตามปกติ ตัวผู้เล่นตามคาดทุกอย่าง โดยตัวใหม่ได้ลงสองคน คือ อลีสซง กับ เกอิต้า ขณะที่ ฟาบินโญ่ เราเห็นฟอร์มตั้งแต่อุ่นเครื่องแล้ว ว่ายังเล่นไม่เข้ากับเพื่อนนัก ดังนั้น ไม่แปลกอะไรที่ต้องเป็นตัวสำรองก่อน ส่วนชาคิรี่ ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะ 3 ตัวจริงในแดนหน้า ยังไงก็ต้องเป็น ซาลาห์-มาเน่-ฟีร์มีโน่อยู่แล้ว

เกมนี้ ลิเวอร์พูลไม่มีมิดฟิลด์ตัวรับ แบบเฉพาะเจาะจง  มิลเนอร์, เกอิต้า และ ไวจ์นัลดุม ผลัดกันยืนเป็นตัวรับ นั่นคือเหตุผลที่เราไม่เห็นเกอิต้า วิ่งลุยแบบเต็มสูบนัก เพราะบางจังหวะ เขาก็ต้องถอยมาเป็นมิดฟิลด์ตัวรับด้วย ถ้าหากในเกมอื่น มีฟาบินโญ่ หรือ เฮนเดอร์สันลง เกอิต้า จะได้ปล่อยของมากกว่านี้

สิ่งที่ทีมงานSBOBET เห็นจากเกอิต้า คือ มีความเร็วสูงมาก และกล้าลากกล้าเลื้อย ในจังหวะครึ่งแรก เขาทะลวงกองหลัง 3 คน ของเวสต์แฮมเกือบได้ยิง หลายคนอาจมองว่า เกอิต้าดื้อไปนิด เลือกจ่ายบอลจะดีกว่าหรือเปล่า แต่การที่เขากล้าเลี้ยงแบบนี้มันดีแล้ว เพราะกองกลางหงส์คนอื่น ถ้าไม่นับอ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ไม่มีใครวิ่งลุยได้แบบนี้เลยนะ

กลยุทธ์ของหงส์แดงในครึ่งแรก เราเห็นเลยว่า เน้นโจมตีด้านขวา ให้เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ครอสบอลรัวๆเข้ามา แต่เมื่อเทรนต์ เปิดผิดพลาด จ่ายบอลเสียไป 3 ครั้งติดๆกัน คราวนี้ หงส์เปลี่ยนแกน โจมตีฝั่งซ้ายบ้าง ซึ่งลูกที่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แอสซิสต์ให้ซาลาห์ เป็นการครอสบอลครั้งแรกของเขาในเกม และเป็นประตูทันทีเลยด้วย เรียกได้ว่าการเปลี่ยนแกน จากโจมตีด้านขวา มาโจมตีด้านซ้าย ได้ผลทันที

ข้ามไปที่แนวรุก เกมนี้เวสต์แฮม วางแผนมา “ปิดตายซาลาห์” ทุกครั้งที่ซาลาห์ได้บอล จะมีกองหลัง 2-3 คน คอยรุม ป้องกันไม่ให้ง้างเท้ายิงได้ ซึ่งก็ได้ผลอยู่บ้าง แต่ปัญหาคือ ลิเวอร์พูลไม่ได้มีอาวุธแค่ซาลาห์คนเดียว พอเน้นป้องกันซาลาห์ ก็เปิดพื้นที่ให้คนอื่นเล่นง่ายๆเลย และมันก็เลยกลายเป็น มาเน่โชว์ ในเกมนี้

ส่วน มาเน่ ทีมงานSBOBET มองว่าเขาเล่นนิ่งขึ้น มีสมาธิมากขึ้น เล่นไม่มีฝืน เลี้ยงในจังหวะที่ควรเลี้ยง จ่ายในจังหวะที่ควรจ่าย วิ่งเข้าหาตำแหน่งที่ถูกต้องไม่มีอะไรพลาดเลย ลองคิดดูว่า ถ้ามาเน่ เล่นได้ในระดับเดียวกับซาลาห์เมื่อซีซั่นก่อนล่ะก็ เกมรุกหงส์จะยิ่งโหดแค่ไหน ขณะที่ฟีร์มีโน่ ด้วยสภาพความฟิต 80% แบบนี้ ถือว่าเล่นได้ดีที่สุดตามสภาพแล้ว จริงๆมีแอสซิสต์ด้วย 1 ลูก ก็โอเคแล้ว

3 คนนี้ พัฒนาความเข้าใจกันถึงขีดสุดแล้ว ทันทีที่ฟีร์มีโน่ ฉีกออกขวา ซาลาห์จะหุบเข้ากลางไปแทนตำแหน่งทันที อีกช็อตหนึ่งที่ผมชอบ คือลูกนำ 1-0 ตอนที่โรเบิร์ตสัน เตรียมจะจ่ายบอล มาเน่ มองเห็นว่าซาลาห์ ฉีกไปที่เสาสองแล้ว เขาขยับตัวเอง ถอยมาจึ้กนึง เป็นออปชั่น ให้โรเบิร์ตสัน เผื่อจะจ่ายมาเสาแรก คือมีการอ่านเกมอยู่ตลอด เห็นเพื่อนเล่นอย่างไร อีกคนจะเลือกเล่นอีกทาง

จุดเปลี่ยนสำคัญสุดในเกมนี้ คือลูก 2-0 ในขณะที่นักเตะเวสต์แฮม สมาธิหลุดเพราะคิดว่าอีก 15 วิ จะหมดเวลาแล้ว แต่ลิเวอร์พูลเล่นต่อ พวกเขาเดินหน้าบุกจนกว่ากรรมการจะเป่า และเป็นที่มาของประตู 2-0 ในนาที 45+2 (จริงๆกรรมการทดแค่ 1) ถ้าหากหงส์แดงไปหยุดเล่น ไม่มีจิตใจคิดเล่นเกมรุก จบครึ่งแรกก็จะนำแค่ลูกเดียว และมันให้ครึ่งหลังยากแน่นอน

สิ่งที่เห็นความเปลี่ยนแปลง คือลิเวอร์พูลไม่กลัวเกรง ทีมที่อุดแล้ว เมื่อซีซั่นก่อน เจอทีมแพ็กเกมรับอุดทีไร หงส์ไปไม่เป็นซะที แต่คราวนี้ พวกเขามีวิธีเจาะหลากหลายขึ้น โจมตีซ้าย ขวา ครอสบอลโด่ง ปาดบอลเรียด ตักบอลตรงกลาง มีตัวเลี้ยงลุย มีลูกยิงไกล มีลูกเซ็ตพีซอันตราย คือองค์ประกอบทุกอย่างมาครบจริงๆ

อีกคนที่ต้องพูดถึง คือแดเนียล สเตอร์ริดจ์ ผลงานยิง 6 ลูก ช่วงอุ่นเครื่องไม่ใช่เรื่องโกหก เราเคยคุยกันแล้วว่า สเตอร์ริดจ์ สามารถเป็นโจ๊กเกอร์ได้จริงๆ คือถ้าเขามีความฟิตสมบูรณ์ สามารถแย่งเป็นตัวจริงได้สบายๆ เกมนี้เขาพิสูจน์แล้ว พอลงเล่น สัมผัสแรกที่ยิงก็เป็นประตูทันที ใช้เวลาแค่ 24 วินาทีเท่านั้น ยอดเยี่ยมมากจริงๆ คือถ้าเขาร่างกายโอเค ไม่มีงอแงถ้าต้องเป็นสำรอง การเก็บไว้ยังไงก็มีประโยชน์

เกมสุดท้ายในซีซั่นที่แล้ว กับไบรท์ตัน เหลือบมองที่ม้านั่งสำรองลิเวอร์พูล มีรักนาร์ คลาวาน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, แดนนี่ อิงส์ และ เบน วู้ดเบิร์น คือไม่เห็นตัวพลิกเกมได้เลย แต่ในม้านั่งสำรองเกมนี้ เราเห็น สเตอร์ริดจ์, เซอร์ดาน ชาคิรี่, อดัม ลัลลาน่า ,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ ฟาบินโญ่ คือมันก็เห็นความแตกต่างนะ สิ่งที่ลิเวอร์พูลเพิ่มแน่ๆ คือคุณภาพของตัวสำรอง

เกมนี้ ถือเป็นการออกสตาร์ตที่ดีมาก ของลิเวอร์พูล โอเคว่า การเจอกับเวสต์แฮมในช่วงหลัง พวกเขาผูกปีชนะอยู่แล้ว แต่ด้วยสกอร์ 4-0 มันเป็นการส่งสารให้ทีมอื่นได้รู้ว่า

หงส์แดงปีนี้ พร้อมแย่งแชมป์เต็มตัวแล้ว

 

“เมสซี่”ดีที่สุด(ตลอดกาล)

“พวกเขาเฉียบคมมากๆ เราสร้างโอกาสได้หลายครั้ง เรากำลังพูดถึงนักเตะที่ทำประตูได้ถึงหลัก 60 ลูกในทุกๆ ฤดูกาลกันอยู่ (หมายถึง เมสซี่) เราไม่ได้กำลังพูดถึงนักเตะชั้นนำ แต่กำลังพูดถึงสุดยอดนักเตะของโลก เขาเป็นคนที่สร้างความแตกต่างได้ แต่เราก็ไม่นึกเสียใจเลยนะ ผมพอใจกับความทุ่มเทที่ลูกทีมแสดงออกมาแล้ว คืนนี้พวกเขาทุ่มเทกันเต็มที่ เราไม่สมควรแพ้ 0-3 ตอนนี้เราก็ต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเกมกับ เลสเตอร์ ในวันอาทิตย์นี้”

นั่นคือคำกล่าวของ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือ เชลซี ที่ยอมรับว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ทีมของตนตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายของ แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นเพราะ ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิง บาร์เซโลน่า มีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยมสุดๆ พร้อมชมลูกทีมที่พยายามกันเต็มที่แล้ว

สำหรับ เมสซี่ ยอดกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ของ บาร์เซโลน่า เวลานี้ก็ทำประตูในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ครบ 100 ลูกเรียบร้อย หลังจากที่ทำคนเดียว 2 ตุง ในเกมนี้ และถือเป็นผู้เล่นคนที่สองในประวัติศาสตร์ ต่อจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิง เรอัล มาดริด ที่ทำสถิติดังกล่าวได้ โดย เมสซี่ ทำครบ 100 ลูก จากการลงเล่น 123 นัด ส่วน โรนัลโด้ ทำได้จากการลงเล่น 137 นัด

ซึ่งหลังจบเกม ดาวเตะวัย 30 ปี ก็เผยว่า “ผมมีความสุขที่ยิงได้ 100 ประตูในการแข่งขันที่วิเศษแบบนี้ แต่สิ่งสำคัญคือการก้าวไปสู่แมตช์ที่ยากลำบากในการเจอกับทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะชั้นยอด เราจัดการยิงประตูได้ตั้งแต่ต้นเกมและนี่คือสิ่งสำคัญ ผมมีความสุขกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น นี่เป็นแมตช์ที่ยากและเราก็เป็นทีมที่แข็งแกร่งเช่นกัน พอเรายิงประตูที่ 3 ได้ เกมก็กลายเป็นของเรา” เมสซี่ กล่าว

เมื่อคุณต้องเจอทีมอย่าง บาร์เซโลน่า ที่มี ลิโอเนล เมสซี่ เป็นดารานำ ทีมงานSBOBET เชื่อว่าทีมของคุณต้องเนี้ยบที่สุด งานละเอียดที่สุดไม่ว่าจะเป็นเกมรุกหรือรับ แต่เหตุผลที่ เชลซี กระเด็นตกรอบนี้ก็คือพวกเขามีจุดผิดพลาดให้เห็น

ความเฉียบขาดการยิงประตู ความผิดพลาดเกมป้องกัน มันคือความแตกต่างของเกมนี้อย่างแท้จริง ใช่ว่า บาร์ซ่า จะไม่เปิดช่องให้ เชลซี ได้มีจังหวะเข้าทำให้เลย ทั้ง อาซาร์, วิลเลี่ยน, โมเซส และ อลอนโซ่ มีโอกาสเข้าสู่พื้นที่หน้าประตูของเจ้าถิ่นแต่จังหวะสุดท้ายกลับทำได้ไม่เด็ดขาดพอ ลูกฟรีคิกก็ยังส่งบอลชนเสา จะโอดครวญยังไงก็ตามแต่ ทว่าถ้าแนวรุกของ เชลซี มีกองหน้าหรือนักเตะประเภทวิญญาณเพชรฆาตสักคนสองคน อาจไม่ต้องเดินคอตกออกจากสนามก็ได้

ติโบต์ กูร์กตัวส์ คือคนที่ถูกตั้งคำถามแน่ๆว่าปล่อยให้ลูกยิงของ เมสซี ลอดระหว่างขาได้อย่างไร ยิ่งลูกแรกยิ่งแล้วใหญ่ มันมีองศาที่แคบมากถึงแคบที่สุดที่จะเป็นประตู แต่กระนั้นก็ดีจะกล่าวโทษแต่ผู้รักษาประตูคนเดียวย่อมไม่ใช่เรื่องถูกต้อง แผงรับก็ต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นควรยกเครดิตให้ เมสซี่ รวมถึงไอ้หนู เดมเบเล่ ด้วยที่ยิงได้คมกริบ ในขณะที่ฝั่งเชลซีพกดาบที่ทื่อลงสนามกันหมด

น่าเสียดายแทน เชลซี เอาจริงๆเกมนี้สู้กับ บาร์ซ่า ได้อย่างถึงพริกถึงขิง พวกเขาบุกมาเยือนคัมป์ นู ด้วยการสวมหัวใจสิงห์ กล้าเล่นกล้าลุยไปข้างหน้าเพื่อหวังพลิกสถานการณ์ที่เป็นรองให้กลับมาได้เปรียบ แม้ว่าการมีใจสู้อย่างเดียวคงไม่พอแต่ต้องมีความละเอียดในเกมมากกว่านี้ แม้ไม่มีใครจดจำผู้แพ้เท่ากับผู้ชนะ แต่ลึกๆของแฟนเชลซีเชื่อว่าพวกเขาสามารถเดินยืดอกได้เลยกับแนวทางที่ คอนเต้ กับ ลูกทีมนำเสนอนัดนี้ ดีกว่าเล่นแบบกล้าๆกลัวๆ ไม่คิดจะเล่นเพื่อเอาชนะเป็นไหนๆ

 

สถิติของ ลิโอเนล เมสซี่ เมื่อเทียบกับ คริสติอาโน่ โรนัลโด้

เมสซี่
123 นัด
100 ประตู
ลงสนาม 10,090 นาที
โอกาสยิง 524 ครั้ง
อายุ 30 ปี 263 วัน

โรนัลโด้
100 ประตู
137 นัด
ลงสนาม 11,848 นาที
โอกาสยิง 790 ครั้ง
อายุ 32 ปี 72 วัน

เชลซีที่กลมกล่อม

หากมองดูเวลานี้ ต้องบอกว่า สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี นั้นเริ่มมานิ่งๆ แต่มาเรื่อยๆ คล้ายกับฤดูกาลก่อนไม่มีผิด
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ พวกเขานั้นฟอร์มสะสุดด้วยการ พ่ายมา 2 เกมติดต่อกัน ด้วยการพ่าย แมนฯ ซิตี้ คารัง 0-1 และบุกแพ้ทีมบ๊วย คริสตัล พาเลซ 1-2 ทำให้สถานการณ์ของ อันโตนิโอ คอนเต้ กับ เชลซี อยู่ในขั้นวิกฤติ เพราะทำให้ทีมตามหลังจ่าฝูง เรือใบสีฟ้า 9 คะแนน
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการแข่งกับตัวเองให้ได้ เกมที่พลิกชนะ วัตฟอร์ด แบบกระท่อนกระแท่น 4-2 จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ สิงโตน้ำเงิน กลับมาอยู่ในเส้นทางแห่งชัยชนะอีกครั้ง
และเวลานี้ พวกเขานั้นกลับมาเรื่อยๆ และชนะในทุกรายการรวมกันทั้งสิ้นไปแล้วถึง 6 นัดติดต่อกัน โดยเฉพาะ 2 เกมหลังที่ต้องบอกว่า กระทรวกคู่แข่งไปถึง แมตช์ละ 4 ลูก ด้วยการชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ในพรีเมียร์ลีก และ คาราบัค พร้อมผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ
สาเหตุที่ทีมกลับมาฟอร์มดีเวลานี้ทีมงานSBOBET ปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าเป็นเพราะการคืนฟอร์มเก่งอีกครั้งของ 2 กำลังสำคัญในเกมรุกอย่าง เอแดน อาซาร์ และ อัลบาโร่ โมราต้า นั่นเอง


การจัดทัพของ คอนเต้ อาจให้ เชส ฟาเบรกาส ขึ้นมาสนับสนุนเกมรุกมากขึ้น แต่ดูแล้วมิดฟิลด์สเปนก็ยังต่อบอลแดนกลางเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นคนที่แบกเกมรุกเต็มๆ จึงมีแค่ โมราต้า กับ อาซาร์ และเวลานี้ พวกเขาทั้งคู่ก็ช่วยกันถล่มประตูคู่แข่งแบบไม่บันยะบันยังกันเลยทีเดียว
ส่วนในตำแหน่งอื่นๆเวลานี้ก็ถือว่าเริ่มลงตัวมาขึ้นเรื่อยๆ อย่างในแนวรับ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ยังโชว์ความแข็งแกร่งตามสไตล์ตัวเอง และแสดงให้เห็นถึงความเป็น มิสเตอร์ สม่ำเสมอ ต่อไป ขณะที่ อันเดรียส คริสเตนเซ่น ที่ก้าวขึ้นมาเป็ฯตัวหลักแทน ดาวิด ลุยซ์ ในเวลานี้ ถือว่าเล่นอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมเมื่อตัดเกมคู่แข่งได้อย่างแข็งแกร่ง บวกกับ แกรี่ เคฮิลล์ กัปตันทีม ที่มีเกมที่ดีมากทั้งลูกกลางอากาศและบนพื้น ทำให้เขาเป็นหนึ่งในแข้งกำลังสำคัญของเกมรับชุดนี้ไปอย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนวิงแบ็ก 2 ฝั่งเริ่มจาก วิงแบ็กซ้าย มาร์กอส อลอนโซ่ การเล่นเกมของเขานั้นเน้นเกมรุกมากกว่าเกมรับ จึงเหมือนกับเป็นปีกซ้ายเต็มตัว และฝั่งขวา ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า แบ็กอิตาเลียนกับการขับเคลื่อนทำเกมรุกได้ดีเช่นกัน แต่อาจยังโชว์ฟอร์มไม่สุด และพิสูจน์ไม่ได้ว่าเหนือกว่า วิคเตอร์ โมเสส อย่างไร หากวิงแบ็กขวาเบอร์ 1 ฟิตกลับมา
ส่วนแดนกลาง ทีมงานSBOBET เชื่อว่าการได้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กลับมาทำให้แดนกลางดูมีพละกำลังเพิ่มขึ้น ตัดบอล เก็บบอล ขับเคลื่อนบอล ได้ในตัวคนๆเดียว และเมื่อผนึกกำลังกับ ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ ทำให้ทั้งคู่ มีส่วนร่วมเกมรุกมากขึ้น และทำได้ดีเอามากๆ ซึ่งด้วยระบบนี้ ทำให้ เชส ฟาเบรกาส มีอิสระในการเล่นทั้งเกมรุกและเกมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ทีมมี ก็องเต้ คอยเก็บกวาด จุดเด่นของ เชส ที่คายออกมาในเกมนี้คือจังหวะชิ่งในที่แคบๆ ที่เข้าขารู้ใจกับ อาซาร์ เป็นอย่างดี
มาถึงแนวรุก 2 คน เวลานี้จะหาใครมาหยุด อาซาร์ คงเป็นเรื่องยาก ยิ่งกับแท็กติกนี้ที่มีอิสระในการทำเกมรุกทั่วทุกจุดของสนาม ไม่ได้ฝังตัวเองอยู่ปีกซ้ายหรือตรงกลางเหมือนบางเกม ซึ่งเวลานี้ต้องบอกว่าถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ อาซาร์ กับ โมราต้า กำลังพีคสุดๆ เพราะเกมต่อไปต้องบุกเยือน แอนฟิลด์ ของ ลิเวอร์พูล คู่ดึกคืนวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน หรือวันเสาร์นี้นั่นเอง
หากไม่มีปัญหาอะไรเพิ่มเติม ทีมงานSBOBET เชื่อว่า คอนเต้ จะยึดระบบและตัวหลักชุดเดิมลงสนาม แนวรุกแม้จะมีตัวธรรมชาติแค่ 2 คน แต่ อาซาร์ กับ โมราต้า ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า แค่สองคนก็พอ
และเผลอๆพวกเขาอาจจะเก็บชัยชนะไปยาวๆเหมือนฤดูกาลที่แล้วก็เป็นได้
แต่อยู่ที่ว่าปีนี้มี แมนฯซิตี้ ขวางทางอยู่ก็เท่านั้นเอง

ปัญหาที่แก้ไม่ตกของ“หงส์แดง”

เรียกว่าเป็นช่วงพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกไม่น้อย สำหรับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในช่วงเวลานี้ หลังจาก 2 เกมหลังสุดแทบพังไม่เป็นท่าทั้งใน พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
การเสมอกับ เซบีญ่า ในการกลับคืนสู่ แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกครั้งของ ลิเวอร์พูล ไม่มีอะไรเหนือความคาดหวังของผู้สันทัดกรณีรวมทั้งเด็กหงส์ที่ดูบอลแบบจริงจัง และติดตามทีมมาตลอดและพบว่าปัญหาใหญ่ของทีมยังไม่ได้รับการแก้ไข อยู่ที่ว่าตอนนี้จะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไปอีกนานขนาดไหน
นี่เป็นครั้งที่ 3 ในฤดูกาลนี้จากทั้งหมด 5 เกมที่ลงสนามแล้วหงส์แดงทำ “แต้มหล่น” เริ่มจากเกมกับวัตฟอร์ด, แมนฯซิตี้ และเซบีญ่า เกมนี้ ลิเวอร์พูล สะสมสถิติการเสียประตูเพิ่มขึ้นเป็น 13 ลูกใน 7 นัด โดยเฉพาะนัดล่าสุดเสียให้ เซบีญ่า ทีมจากสเปนสองลูกนั้นเกิดจากการโจมตีของเซบีญ่า 3 ครั้งทั้งเกม ยิงเข้ากรอบ 2 เป็น 2 ประตู หากมองไปที่สถิติว่าแย่แล้ว ทีมงานSBOBET ต้องบอกว่าคุณภาพในการเล่นเกมรับของกองหลังและแดนกลางยิ่งจัดว่าแย่เข้าไปกันใหญ่
การป้องกันพื้นฐานเช่นสกัดบอล ประกบคน แย่งบอลหนึ่งต่อหนึ่ง การอ่านเกม รวมทั้งการจัดระเบียบเกมรับทั้งหมดของลิเวอร์พูลเวลานี้ เป็นเหตุผลที่ทำให้ผลงานของพวกเขาในการเล่นไม่คืบหน้าไปไหน และยังวนเวียนที่เดิมคือ เกมรับ ที่ยังเป็นปัญหามาตั้งแต่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว
ประเด็นที่พูดถึงตอนนี้คือทำไม เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่ซื้อกองหลังมาเล่น ทุกคนพูดถึงอีโก้ที่ปล่อยนักเตะกองหลังฝีเท้าทีมชาติฝรั่งเศสอย่าง มามาดู ซาโก้ ไปให้คริสตัล พาเลส ซึ่งถ้ามีเขาน่าจะดีกว่านี้ ซึ่ง ทีมงานSBOBET คิดว่ามองที่ปัญหาสาเหตุภาพรวมและนักเตะคนเดียวก็ช่วยไม่ได้ ถ้าหากนักเตะแนวรับทั้งหมดที่เล่นกันอยู่เวลานี้ไม่ไหว
หากลงไปที่รายคน เริ่มจากแบ็ก 2 ฝั่ง ทั้ง โจ โกเมซ ที่กระดูกบอลยังไม่แกร่งมาก ส่วนแบ็กซ้าย อัลเบร์โต้ โมเรโน่ โฉ่งฉ่าง เข้าบอลพรวด เข้าบอลหนักทั้งตัว และโดนหลอกประจำ ขณะที่คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ ไม่มีใครมีความเป็นผู้นำแม้แต่คนเดียว การจัดระเบียบเกมรับจึงดูห่างหลวมและพลาดง่าย
ส่วนแดนกลางที่ ทีมงานSBOBET  มองว่าชัดเจนที่สุดคือทีมชุดนี้นั้นขาดกองกลางตัวตัดเกม นับตั้งแต่หมดยุคของ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ กองกลางตัวตัดเกม แต่นับตั้งแต่นั้นก็ไม่มีอีกเลย นั่นก็ทำให้ความรัดกุมมีไม่มาก การแก้ลำด้วยการใช้กองกลางสามคนที่เล่นเหมือนกันคือ วิ่ง สู้ ฟัด ไล่บอล นั้นดูไร้ประโยชน์
เพราะถ้าไล่ไม่เจอบอลก็เหนื่อยฟรี อีกทั้งเล่นไปใน 90 นาทีคงไล่บอลตลอดทั้งเกมไม่ได้ หนักกว่านั้นคือกองกลางสามคนของหงส์แดง เป็นพวกช่วยทำลายเกมคู่แข่งได้ แต่กลับไม่มีใครสร้างสรรค์เกมรุกได้ รวมทั้งยัง ผ่านบอลไม่แม่น ผ่านบอลไม่ได้เปรียบ
ทำให้เกมรุกฝากไว้ที่หน้าสามคน ซึ่งความสามารถเฉพาะตัวสูง แต่สุดท้ายแล้วแม้หน้าทำได้ แต่หลังก็พร้อมเสียทุกวินาทีของเกม  มันคือปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไขเลย คุณภาพเกมรับของทีมลิเวอร์พูลจะทำให้งานของ คล็อปป์ ไม่ไปไหน และยังคงหยุดอยู่กับที่ แม้เกมรุกดุดันดี เช่นกันครับ เกมรุกเองมีข้อบกพร่องตรงที่ใช้โอกาสเปลืองไปหน่อยเหมือนกัน บางทีน่าจะยิงให้มันเข้ากลับขาดความเด็ดขาด
กระทั่งลูกโทษยังยิงไม่เข้า ซึ่งนั่นคือข้อความไม่สมบูรณ์แบบในเกมรุก แต่เป็นจุดดีที่สุดทีมชุดนี้ แต่ถ้า คล็อปป์ แก้ปัญหาเกมรับรัดกุม เหนียวแน่นได้ ทีมงานSBOBET คิดว่าผลงานจะไปข้างหน้ามากกว่านี้ เพราะตราบเท่าที่กองหลังเหนียว ประตูไว้ใจได้  เกมรุกมันจะเดินหน้าอย่างสบายใจ และจังหวะทีเด็ดทีขาดจะมาเอง
วันนี้บอลเหมือนไปข้างหน้าแต่มีเกมรับมาฉุดเอาไว้ข้างหลัง อยู่ที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ว่าจะแก้ปัญหาเกมรับและนักเตะที่มีอยู่นี้อย่างไร จะโทษนักเตะอย่างเดียวคงยาก เพราะสุดท้ายแล้วความรับผิดชอบคือ คล็อปป์ ต้องจัดการทีมทั้งหมดในสนามซ้อม แก้ไขให้มันถูกทาง เมื่อไม่ได้กองหลังมาเสริม ต้องใช้ตัวที่มีอยู่
ทีมงานSBOBET เชื่อว่าถึงเวลานี้ คล็อปป์ ต้องแก้ไข ซึ่งถ้ายังไม่ดีขึ้น และสัปดาห์นี้เจอกับ เบิร์นลีย์ ที่มาจอดรถบัสหน้าบ้านตัวเองแล้วรอให้กองหลังหงส์แดงพลาด อย่าลืม มาเน่ หายไป 3 นัดจนหลังบอลโลกต้นเดือนต.ค. แนวรุกขาดพลังไปเยอะ ที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ว่าจะแก้ไขปัญหานักเตะกองหลังเล่นผิดพลาดได้ไม่ซ้ำหน้ากันในแต่ละนัดได้อย่างไร บางทีก่อนคิดบุกชาวบ้านเขา เฝ้าบ้านให้มันเหนียวแน่นก่อนดีมั้ย
ลดอีโก้ลงซักนิด แล้วแก้ปัญหากันได้แล้วครับ เพราะไม่งั้นอย่าว่าที่แต่ 4 เลย
เผลอๆ จะร่วงไปกลางตาราง

10สุดยอดดีลสุดคุ้มช่วงมกราคม

หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้ว เราได้พูดถึง 10 การย้ายทีมค่าตัวแพงที่สูงในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม ของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันนี้ทีมงาน SBOBET จะพาไปดูกัน 10 การซื้อขายที่คุ้มค่าที่สุด ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาวกันบ้าง จะมีดีลไหนบ้าง เราไปดูกัน
10. แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ (เชลซี ไป ลิเวอร์พูล)
อดีตลูกหม้อของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ “สิงห์บูลส์” เชลซี ในปี 2009 ในระหว่างที่เขาอยู่กับทีมดังแห่งกรุงลอนดอน ก็ถูกปล่อยยืมตัวให้ โบลตัน ในช่วงเดือนมกราคมปี 2013 สเตอร์ริดจ์ ย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ ตอนนั้นแฟนๆต่างสงสัย จะมีพี้นที่ให้กับแข้งรายนี้เหรอ… แต่ผลงานของเขานั้นได้ตอบทุกคำถามอย่างหมดเปลือก เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงที่จับคู่กับ หลุยส์ ซัวเรซ  และแจ้งเกิดแบบเต็มตัว ปัจจุบัน สเตอร์ริดจ์ ยังอยู่กับ ลิเวอร์พูล เหมือนเดิมเพิ่มเติมคือปัญหาอาการบาดเจ็บที่เรื้อรัง
9. เดยัน สแตนโกวิช (ลาซิโอ้ – อินเตอร์ มิลาน)
ดาวเตะชาวเซิร์บ ผู้มาจาก เรดสตาร์ เบลเกรด ก่อนจะมาค้าแข้งในช่วงที่กัลโช่กำลังบูม ปี 1998 กับ “อินทรีฟ้าขาว” ลาซิโอ้ ซึ่งในช่วงปี 2003-2004 ทีมเบียงโคเชเลสเต้ มีปัญหาในเรื่องของการเงินบรรดาผู้เล่นบิ๊กเนมต่างพาเลซกันย้ายทีม โดย สแตนโกวิช เป็นหนึ่งในนั้น เขาย้ายมาอยู่กัน อินเตอร์ มิลาน ในช่วงเดือนมกราคมปี 2004 ด้วยสัญญาแลกตัวกับ โกรัน ปานเดฟ ซึ่งคุ้มค่าจริงๆ ดาวเตะรายนี้คว้า สคูเด็ตโต้ กับ ทีมงูใหญ่ 5 สมัย รวมไปถึง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วย
8.กอนซาโล่ อิกวาอิน (ริเวอร์เพลท – เรอัล มาดริด)
เด็กหนุ่มหน้าใส ที่ถือ 3 สัญชาติ (อาร์เจนติน่า, ฝรั่งเศส และ สเปน) เขาค้าแข้งกับ ริเวอร์เพลท และด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยม ทำให้เขาถูกยักษ์ใหญ่อย่าง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด คว้าตัวไปร่วมทีมในช่วงเดือนมกราคมปี 2007 ตอนนั้นเขาเล่นได้ทุกตำแหน่งในแผงเกมรุก ตลาด 6 ปีกับการค้าแข้งในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาบิว เขาคว้าแชมป์ลาลีกา 3 สมัย ก่อนจะย้ายไป นาโปลี ในเวลาต่อมา ปัจจุบัน เขายังเป็นหัวหอกเบอร์ต้นๆ ของโลก และเพิ่งย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส ด้วยค่าตัวมหาศาลเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
7.อีวาน ราคิติช (เซบีย่า – บาร์เซโลน่า)
มิดฟิลด์ทีมชาติโครเอเชีย แจ้งเกิดกับ ชาลเก้ 04 ในศึกบุนเดสลีกา แต่ยังเปรี้ยงปร้างเท่าไหร่ เขาย้ายมาอยู่กับ เซบีย่า ในเวลาต่อมา ซึ่งการลงเล่นในถิ่น รามอน ซานเชซ ปิฆวน ทำให้เขาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว จนทำให้ บาร์เซโลน่า อดใจไม่ไหว คว้าตัวมาร่วมทีมในวันที่ 16 มกราคม ปี 2015 ด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโร โดยเขาคว้าหลายแชมป์กับทีมอาซูลกราน่า
6. มาร์เซโล่ (ฟลูมิเนนเซ่ – เรอัล มาดริด)
แบ็กซ้ายหัวฟูจากฟลูมิเนนเซ่ ย้ายมาร่วมทีม เรอัล มาดริด ในเดือนมกราคมปี 2007 ในยุคของท่านประธาน ราม่อน กัลเดร่อน โดยได้รับฉายา “นิวคาร์ลอส” จากวันนั้นถือวันนี้ มาร์เซโล่ ถูกยกให้เป็นแบ็กซ้ายเบอร์หนึ่งของโลก เขายังอยู่กับ เรอัล มาดริด และพาทีมกวาดแชมป์มากมาย
5.เนมานย่า วิดิช (สปาร์ตัก มอสโก – แมนฯยูไนเต็ด)
ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แมนฯยูไนเต็ด ไปคว้าตัว เนมานย่า วิดิช กองหลังทีมชาติเซอร์เบีย จาก สปาร์ตัก มอสโก ตอนั้นแทบไม่มีใครรู้จักเขา วิดิช ย้ายมาอยู่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดพร้อมกับ ปาทริซ เอฟร่า ด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์ โดยก้าวขึ้นมาเป็นกองหลังเบอร์ต้นๆของลีกจับคู่กับ ริโอ เฟอร์ดินาน คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีก 1 สมัย
4. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (อินเตอร์ มิลาน – ลิเวอร์พูล)
ดาวรุ่งแห่งวงการฟุตบอลบราซิล ย้ายมาค้าแข้งในยุโรปกับ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน แต่เจ้าตัวไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนาม ทำให้ในปี 2013 เขาย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ในยุคของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ด้วยราคา 13 ล้านปอนด์ และก็พัฒนาฝีเท้าของตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ จนตอนนี้เป็นนักเตะที่ทีมขาดไม่ได้
3.ติอาโก้ ซิลวา (ฟลูมิเนนเซ่ – เอซี มิลาน)
กองหลังทีมชาติบราซิลย้ายมาร่วมทีม เอซี มิลาน ในช่วงตลาดหน้าหนาวปี 2009 ซึ่งที่นี่ทำให้เขาก้าวขึ้นไปเป็นกองหลังระดับโลก และต่อมาถูกขายให้กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยราคาที่สูงถึง  42 ล้านยูโร
2.ริยาด มาห์เรซ (เลอ อาร์ฟ – เลสเตอร์ ซิตี้)
ดาวเตะทีมชาติแอลจีเรีย ผู้ที่ถูกปฏิเสธจากทีมสมัครเล่นในตอนที่เป็นเยาวชน เส้นทางของเขามาไกลแบบไม่น่าเชื่อ ย้ายมาร่วมทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2014 ด้วยค่าตัวเพียง 600,000 ปอนด์เท่านั้น โดยเขาพาทีมสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกของสโมสรในฤดูกาล 2015-16 ซึ่งเขาได้รับเลือกให้คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลนั้นด้วย
1.หลุยส์ ซัวเรซ (อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม – ลิเวอร์พูล)
หัวหอกทีมชาติอรุกวัย ถูกซื้อมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ในช่วงเดือนมกราคมปี 2011 ด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ เพื่อมาเล่นคู่กับ เฟร์นานโด ตอร์เรส แต่ต่อมา ตอร์เรส เลือกย้ายไปอยู่กับ เชลซี ทำให้ทั้งสองคนคาดกันแบบน่าเสียดาย เจ้าตัวแจ้งเกิดได้ทันที ยิงประตูเป็นกอบเป็นกำ แต่น่าเสียดายที่พลาดชวดแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2013-14 ในเวลาต่อมา ซัวเรซ ถูกขายให้กับ บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัว 65 ล้านปอนด์ ซึ่งปัจจุบันเขายังคงท็อปฟอร์มและเป็นกองหน้าระดับโลกอยู่

“มาดริด”กับสถิติไร้พ่ายและ”ซีดาน”กุนซือที่ดีที่สุด

หลายสโมสรชอบอ้างว่าการโชว์ฟอร์มไม่ดีในลีกของพวกเขา เพราะมีโปรแกรมหนักๆต่อเนื่อง รวมถึงถ้วยยุโรป แต่สำหรับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ถึงเวลานี้พวกเขายังสามารถทำผลงานได้อย่างไร้เทียมทาน และเป็นที่น่าพอใจในทุกการแข่งขัน ด้วยขุนพลที่มีอยู่ 25 คน ในเวลานี้
โดย ทีมงานSBOBET ได้เข้าไปชมก็ทราบว่าในเวลานี้  “ราชันชุดขาว” กลายเป็นสโมสรเดียวในลา ลีกา สเปน เวลานี้ ที่ยังไม่แพ้ใครตลอดฤดูกาลนี้ หลังสามารถพลิกสถานการณ์ทำ 2 ประตูภายใน 6 นาทีสุดท้าย จนกลับมาแซงชนะ เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า ทีมเยือน 3-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทั้งๆไม่มีดาราดังอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, คาริม เบนเซม่า, ลูก้า โมดริช (ได้พักทั้งหมด) รวมถึง แกเร็ธ เบล (บาดเจ็บ) ช่วยให้พวกเขายืดสถิติไร้พ่ายรวมทุกรายการ 35 แมตช์ติดต่อกัน (ชนะ 26 เสมอ 9 หน) เป็นสถิติใหม่ของสโมสร หลังจากเคยทำไว้สูงสุด 34 เกม ยุคกุนซือ ลีโอ บีนฮัคเกอร์ (ตุลาคม 1988 ถึง เมษายน 1989)

real-madrid-granada-la-liga_k8jfwsefl8ta1uio5er9lh3bx
โดยเครดิตของการทำผลงานได้สุดยอดขนาดนี้ ทีมงานSBOBET  คิดว่าคงมองไปที่ไหนไม่ได้ นอกจาก ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศส ที่เข้ามาคุมทัพ  “ราชันชุดขาว” เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก่อนจะพาทีมผงาดแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้วทันที ก่อนที่ผลงานในฤดูกาลนี้   จะยังกลายเป็นกุนซือทำที่ทำสถิติไร้พ่าย 35 นัดติดต่อกันอย่างที่กล่าวไว้ ซึ่งนับเป็นสถิติที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ 114 ปีของสโมสรเลยทีเดียว
สำหรับสถิติดังกล่าวของ ซีดาน แบ่งเป็น ชนะ 26 เกม เสมอ 6 เกม ยิงได้ 98 ประตู เสีย 34 ประตู ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เผยว่าไม่ได้คาดหวังว่าจะทำผลงานได้สุดยอดขนาดนี้ และก็เชื่อว่าซักวันมันจะหยุดลง

170108g4r33110
“ผมไม่คิดว่าเราจะอยู่ยงคงกระพันไปแบบนี้หรอก และวันใดซักวันมันก็จะถึงจุดสิ้นสุด สิ่งที่ดีก็คือการที่นักเตะของเรานั้นจะทำงานอย่างหนักโดยมีแรงกระตุ้นในเชิงบวก การไม่แพ้ใครถึง 35 นัดทำให้เรามีความแข็งแกร่งทั้งสภาพจิตใจ และอันดับในตาราง อย่างไรก็ตามอย่างที่ผมบอกไปว่าซักวันยังไงเราก็ต้องพ่ายอยู่ดี”
“ผมโชคดีมากๆที่ได้อยู่ได้ทำงานในตำแหน่งนี้ ผมจะพยายามจะสนุกกับมันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีหลายสิ่งในงานนี้ที่ทำให้ผมมีความปราถนาที่ต้องการจะทำมัน เวลานี้เราจะผ่านครึ่งฤดูกาล และผมก็รู้ว่ามันยังมีช่วงเวลาที่ยากลำบากเข้ามา แต่ผมก็ต้องการมีความสุขกับช่วงเวลานี้ ” กุนซือศิลปินลูกหนังกล่าว
เรื่องของ ลา ลีกา  ทีมงานSBOBET   เชื่อว่าพวกเขาทำในสิ่งที่ควรทำไปแล้ว คือต้องมีแต้มเวลาเยือนถิ่นคู่แข่งซึ่งมีโอกาสลุ้นแชมป์เหมือนกัน อย่าง แอตเลติโก มาดริด (3-0) กับ บาร์เซโลน่า (1-1) แล้วพลาดท่าเมื่อเจอทีมรองบ่อนให้น้อยสุด ตอนนี้เหลือแค่พยายามคว้าชัยตอนเปิดรังต้อนรับ แอต. มาดริด (9 เมษายน) กับ บาร์เซโลน่า (23 เมษายน) หากทำสำเร็จการคว้าแชมป์สเปนหนแรกในรอบ 5 ปี คงไม่ไกลเกินเอื้อม ความจริงฤดูกาลนี้คู่แข่งหลายราย ต่างแพ้ภัยตัวเอง ไม่สามารถทำคะแนนไล่เบียดไห้สูสีกัน ขณะ เรอัล มาดริด ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ ไม่กดดันเหมือนอย่างเคย
สำหรับเวทียุโรป ซึ่งพวกเขาตั้งความหวังไว้สูงพอกัน “ราชันชุดขาว” สามารถประคองตัวไปได้ด้วยดี โดย ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ รามอส โหม่งตีเสมอในนาทีสุดท้าย ก่อนชนะ เซบีย่า 3-2 ช่วงการต่อเวลา ส่วน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แม้เป็นแชมป์เก่า แต่ลูกทีมของ ซีเนดีน ซีดาน ก็ผ่านรอบแบ่งกลุ่มในฐานะอันดับ 2 แต่การมี โรนัลโด้ ซึ่งเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของรายการนี้ และยิงให้ เรอัล มาดริด ไปแล้ว 80 ประตู จาก 81 นัด พวกเขาก็แทบไม่ต้องกลัวใคร
โดยตอนนี้ ทีมงานSBOBET   คิดว่าแฟนบอล “ราชันชุดขาว” คงอยากจะเห็นสโมสรทำลายสถิติของ บาร์เซโลน่า ซึ่งกลายเป็นสโมสรจากสเปนที่ไม่แพ้ติดต่อกันยาวนานที่สุด หลังทำได้ถึง 59 เกม รวมทุกรายการเมื่อฤดูกาลก่อน แต่อาจยากสักหน่อย ถ้าคิดทาบสถิติดีสุดของยุโรป ซึ่ง ยูเวนตุส จากอิตาลี เคยไร้พ่ายติดต่อกัน 43 นัด รวมทุกรายการ เมื่อปี 2011-12
แต่ก่อนจะคิดถึงเรื่องนั้น หรือเป็นแชมป์ลา ลีกา กับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เรอัล มาดริด คงต้องคว้าแชมป์ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ที่จะกำลังลงหวดเกมแรกในวันที่ 15 ธ.ค. นี้ให้ได้เป็นอันดับแรก
ซึ่งถึงวันนั้น ซีดาน อาจจะกลายเป็นนักเตะและกุนซือที่ยอดเยี่ยมที่สุดอีกคนของโลกก็ได้

การเงินดี!รวมสโมสรที่ขายนักเตะได้รวยเละที่สุด (ตอน2)

ทีมงานSBOBET พามาต่อกันที่ตอน 2  สำหรับสโมสรที่ขายนักเตะได้กำไรรวยเละที่สุด เรียกว่าหากบอกว่า 5 ทีมแรก อีก 5 ทีมที่เหลือนี่จะเป็นทีมที่คุณอึ้งเลยทีเดียว

140629f8n93740
ปอร์โต้ (324 ล้านปอนด์)
นักเตะที่ขายได้แพงที่สุด : ฮาเมส โรดริเกซ (38.25 ล้านปอนด์ , โมนาโก)
เรื่องการปั้นนักเตะขาย ทีมงานSBOBET  ขอยกให้สโมสรยักษ์ใหญ่จากโปรตุเกสรายนี้ เริ่มจากการขาย บรูโน่ อัลเวส ให้ เซนิต ในปี 2010 มีมูลค่า 18.7 ล้านปอนด์ และในอีก 2 ปีต่อมา ฮัล์ค ก็ตามไปติดๆด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ นอกจากนี้ยังเคยขาย ราดาเมล ฟัลเกา ค่าตัว 34 ล้านปอนด์ ยังรวมถึง ฮาเมส โรดริเกซ ที่ทำสถิติสโมสรถึง 38.25 ล้านปออนด์ และ เจา มูตินโญ่ อีก 21 ล้านปอนด์ ที่ย้ายไปอยู่กับ โมนาโก ทั้งคู่ในปี 2013 นี่ยังไม่รวมถึง เอเลียควิม มองกาล่า (32 ล้านปอนด์) และ แจ็คสัน มาร์ติเนซ ก็ถูกปั้นขายให้กับ แอตฯ มาดริด ด้วยค่าตัว 31.5 ล้านปอนด์ และเป็นการขายนักเตะดังครั้งสุดท้ายของปอร์โต้จนถึงทุกวันนี้
160212h4t81090
เบนฟิก้า (351 ล้านปอนด์)
นักเตะที่ขายได้แพงที่สุด : เรนาโต้ ซานเชส (30 ล้านปอนด์ , บาเยิร์น มิวนิค)
ถ้าจะพูดถึง ปอร์โต้ แล้ว ทีมงานSBOBET ไม่พูดถึง เบนฟิก้า คงไม่ได้ เพราะพวกเขาเป็นสโมสรที่ทำรายได้จากการขายนักเตะได้ไม่น้อยกว่าทีมอื่นในยุโรป เริ่มจากในปี 2010 ที่พวกเขาขาย อังเคล ดิ มาเรีย ให้ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 28 ล้านปอนด์ จากนั้นก็มี ดาวิด ลุยซ์  และ รามิเรส ที่ขายให้กับเชลซี ได้ค่าตัวรวมอีก 40 ล้านปอนด์เท่านั้นไม่พอเหยี่ยวลิสบอนทีมนี้ ขาย ฟาบิโอ โคเอนเทรา ให้ มาดริด ได้อีก 25 ล้านปอนด์ จากนั้นก็ตัดสินใจปล่อย อักเซล วิตเซล ให้กับ เซนิต ด้วยค่าตัว 23 ล้านปอนด์ รวมไปถึง เนมันย่า มาติช ถูกขายคืนให้ เชลซี ในปี 2014 ด้วยค่าตัว 21.25 ล้านปอนด์ ขณะที่ ลาซาร์ มาร์โควิช ก็ถูกลิเวอร์พูลทุ่มเงินกว่า 20 ล้านปอนด์คว้าตัวไปในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน รวมทั้ง แยน โอบลัค นายทวารมือ 1 ให้ แอตฯ มาดริด อีก 12.6 ล้านปอนด์
ปิดท้ายที่ซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วยการขาย นิโคลัส ไกตัน ให้ แอตฯ มาดริด ด้วยค่าตัว 21.25 ล้านปอนด์ และท้ายที่สุดก็อย่างได้กล่าวมาตอนแรกนั่นคือ เรนาโต้ ซานเชส ที่ระเบิดฟอร์มในยูโร 2016 ที่ย้ายไปอยู่กับ บาเยิร์น ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ เรียกว่าสุดพีคกันเลยทีเดียว
pokk
ยูเวนตุส (352 ล้านปอนด์)
นักเตะที่ขายได้แพงที่สุด : ปอล ป็อกบา (89 ล้านปอนด์ , แมนฯ ยูไนเต็ด)
หนึ่งในทีมที่ชอบซื้อนักเตะค่าตัวถูก หรือได้ตัวมาฟรีแล้วคุ้มค่ามากที่สุดทีมหนึ่งในยุโรป พร้อมกับยังขายนักเตะได้เงินเป็นกอบเป็นกำอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น อาร์ตูโร่ วิดัล ที่ปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค 31.5 ล้านปอนด์ ปี 2015  หรืออย่าง อัลบาโร่ โมราต้า ที่ถูกมาดริดซื้อตัวคืนไปอีก 25 ล้านปอนด์ และปิดท้ายด้วย ปอล ป็อกบา อีก 89 ล้านปอนด์ ทั้งหมดนี้ทำให้ตัวเลขในบัญชีของไอ้ม้าลายเป็นสีเขียวสดใสเลยทีเดียว
5722f62ba74e702319000001
บาเลนเซีย (360 ล้านปอนด์)
นักเตะที่ขายได้แพงที่สุด : สโครดาน มิสตาฟี่ (34.9 ล้านปอนด์ , อาร์เซน่อล )
ดาบิด ซิลบา และ ดาบิด บีญ่า คือ 2 แข้งรุ่นบุกเบิกของพวกเขาโดยได้ราคามากถึง 24 ล้านปอนด์ และ 34 ล้านปอนด์ใหกับ แมนฯ ซิตี้ และ บาร์เซโลน่า ตามลำดับ นอกจากนี้ บาเลนเซีย ยังขาย ฆวน มาต้า ให้กับ เชลซี ด้วยค่าตัว 22.7 ล้านปอนด์ , ฆอร์ดี้ อัลบา ให้บาร์เซโลน่าอีก 11.9 ล้านปอนด์ ในซัมเมอร์ปี 2011
เท่านั้นไม่พอ พวกเขายังคงเดินหน้าฟันกำไรต่อไปด้วยการขาย โรแบร์โต้ โซลดาโด้ ให้กับ สเปอร์ส ด้วยค่าตัว 26 ล้านปอนด์ ในปี 2013 ขณะที่ เจเรมี่ มาธิเยอร์ ก็โดนขายให้กับ บาร์เซโลน่า อีก 17 ล้านปอนด์ในปี 2014 หลังจากนั้น บาเลนเซีย ก็ขาย นิโคลัส โอตาเมนดี้ ให้ แมนฯ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์ในปี 2015 และในอีก 1 ปีต่อมาคู่หูในแนวรับของเขาอย่าง มุสตาฟี่ ก็ย้ายไปค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกกับ อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัว 34.9 ล้านปอนด์
การซื้อขายดูทำท่าจะสิ้นสุดแค่นี้ แต่ที่สุดแล้ว บาเลนเซีย ก็ยังทำเงินได้ต่อเนื่องจากการขาย อังเดร โกเมส ให้ บาร์เซโลน่า 29.75 ล้านปอนด์ และ ปาโก้ อัลกาเซร์ 25.5 ล้านปอนด์ โดย บาร์เซโลน่า เป็นผู้รับช่วงต่อไปทั้งสองคนในช่วงก่อนปิดตลาดซื้อขายในซัมเมอร์ที่ผ่านมา
354707_heroa
ลิเวอร์พูล (384 ล้านปอนด์)
นักเตะที่ขายได้แพงที่สุด : หลุยส์ ซัวเรส (75 ล้านปอนด์ , บาร์เซโลน่า )
นี่คือทีมอันดับ 1 ในตารางทีมที่ขายนักเตะได้กำไรมากที่สุดที่ ทีมงานSBOBET ทราบมาเริ่มขึ้นด้วยการขาย เฟร์นานโด ตอร์เรส ให้กับ เชลซี ด้วยค่าตัวเป็นสถิติของพรีเมียร์ลีกในเวลานั้นด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ รวมทั้ง หลุยส์ ซัวเรส และ แอนดี้ แคร์โรลล์ ที่ขายได้ร่วมกันเกือบ 100 ล้านปอนด์  นอกจากนี้ยังมี  ราอูล ไมเรเรส โดนขายให้กับ เชลซี ในซัมเมอร์ปี 2011 ดว้ยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ ก่อนที่จะขาย อัลแบร์โต้ อควิลานี่ ให้ ฟิออเรนติน่า อีก 7.6 ล้านปอนด์ หลังจากไม่ประสบความสำเร็จในการค้าแข้งในอังกฤษ
ที่เด็ดสุดๆก็คือการขาย ราฮีม สเตอร์ริ่ง เด็กปั้นของสโมสรที่ปล่อยให้ แมนฯ ซิตี้ ไปถึง 50 ล้านปอนด์ รวมไปถึง คริสติยอง เบนเตเก้ ที่ราคา 32.5 ล้านปอนด์จากการย้ายไป คริสตัล พาเลซ นอกจากนี้ยังรวมถึงเด็กปั้นของทีมอย่าง จอร์เเดน ไอบ์ ที่ขายให้ บอร์นมัธ ด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ และปิดท้ายด้วย โจ อัลเลน ให้ สโต๊ค อีก 13 ล้านปอนด์ ในซัมเมอร์ที่ผ่านมานี้นี่เอง อันนี้ไม่รวมแข้งยิบย่อยอีกมากมาย และทำให้ “หงส์แดง” ผงาดเป็นอันดับ 1 ของสโมสรที่ขายนักเตะได้กำไรที่สุดในยุโรปเวลานี้

“หงส์แดง”เกมรับที่ต้องแก้หากหวังลุ้นแชมป์

             ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ หากจะพูดถึงทีมที่มีสไตล์การเล่นอันน่าตื่นตาเร้าใจสุดๆ ทีมงาน SBOBET คิดว่าคงจะหนีไม่พ้น “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่ล่าสุดทะยานขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงในช่วงพักเบรกทีมชาติ 2 สัปดาห์ไปแบบไม่มีใครคาดคิด

             แน่นอนหลายคนมองไปที่เกมรุกอันยอดเยี่ยมของพวกเขาว่าจะเป็นอีกหนึ่งทีมเต็งแชมป์ ย้อนกลับไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้มีการเปลื่ยนถ่ายทีมครั้งใหญ่ หลังจากที่เขาเข้ามาคุมทีมกลางคันแทนที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เมื่อช่วงปลายปี 2015 แม้จะมีโอกาสเสริมทีมในช่วงเดือนมกราคม 2016 แต่เขาเลือกที่จะซื้อ มาร์โก กรูยิช ดาวรุ่งเซอร์เบีย เพียงรายเดียวเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ดึงตัวมาใช้ เพราะปล่อยให้ต้นสังกัดยืมจนจบฤดูกาล

             ในเวลานั้น คล็อปป์ ยังคงใช้ทีมชาติเดิม ซึ่งเป็นสมบัติเก่าของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส แต่ก็ยังสามารถพาทีมทะลุเข้าชิงในศึกยูโรป้าลีก ก่อนจะพ่ายให้กับ เซบีญ่า 3-1 รวมไปถึง ลีก คัพ ที่แพ้การดวลจุดโทษให้กับ แมนฯซิตี้

             นั้นถือเป็นผลงานที่น่าผลงานที่น่าพอใจ กับระยะเวลาอันสั้นแต่สามารถพาทีมเข้าชิงถึงสองรายการ

  ในฤดูกาลนี้ เขาสามารถเสริมทีมในแบบที่ตัวเองต้องการ ด้วยการไปคว้าตัวนักเตะอย่าง ซาดิโอ มาเน่, โจเอล มาติป, ลอริส คาริอุส, รักนาร์ คลาวาน, อเล็กซ์ แมนนิงเกอร์ และ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม ด้วยเม็ดเงินทั้งหมด 61.9 ล้านปอนด์

              พร้อมปล่อยผู้เล่นที่ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมอย่าง จอร์แดน รอสซิสเตอร์, โฆเซ่ เอ็นริเก้, โคโล่ ตูเร่, มาร์ติน สเคอร์เทล, จอร์ดอน ไอบ์, โจ อัลเลน, คริสติยง เบนเตเก้ และ มาริโอ บาโลเตลลี่ ออกจากทีมไป ซึ่งบวกลบกันแล้ว พวกเขาทำกำลังจากการซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ที่ 12.9 ล้านปอนด์

             การลงเล่นเกมแรกในฤดูกาล 2016-17 ของ ลิเวอร์พูล ออกสตาร์ทได้อย่างสวยหรู ด้วยการบุกไปทุบ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล ถึงถิ่น เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม 4-3 เกมนั้นพวกเขาได้รับคำชมอย่างมาก ด้วยการเล่นที่ดุดันไล่บีบคู่ต่อสู้จนไปไม่เป็น

             แต่แล้วปัญหาที่ คล็อปป์ ต้องเจอเกิดขึ้นในเกมที่สอง ด้วยการบุกไปเสียท่าพ่ายให้กับทีมอย่าง เบิร์นลีย์ 0-2 ทำให้เขาต้องกลับไปทำการบ้านอย่างหนัก ในยามที่ทีมต้องเจอกับคู่แข่งที่รับลึกและไม่เปิดพี้นที่ในกรอบเขตโทษ

              จากนั้นพวกเขากลับมาด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครเลย โดยชนะไปถึง 7 และเสมอ 2 ทำให้ตอนนี้กลายเป็นทีมจ่าฝูงมีคะแนนมี 26 คะแนนจากการลงเล่น 11 เกม

              แต่ ทีมงาน SBOBET  คิดว่าจุดที่น่าสนใจคือ ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่เสียประตูแทบทุกนัด มีเพียงเกมเดียวเท่านั้นที่เล่นในบ้านเสมอกับ แมนฯยูไนเต็ด 0-0 ที่พวกเขาไม่เสียประตูให้กับคู่แข่ง

               ถึงตรงนี้แน่นอนหล่ะ เกมรับของพวกเขาคือจุดอ่อนที่ไม่ได้รับการแก้ไข แต่จะว่าไปหากมองไปที่ประตูที่พวกเขาทำได้ชั่งสวนทางกันเหลือเกิน

               จาก 11 เกมที่ลงเล่น ลิเวอร์พูล ยิงไปแล้วทั้งหมด 30 ประตู มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกเวลานี้ แต่พวกเขาก็เป็นทีมที่เสียประตูมากที่สุดเช่นกันในบรรดาทีมหัวตารางที่ 14 ลูกเรียกได้ว่าครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว

               นี่คือปัญหาที่แท้จริง ลิเวอร์พูล แทบจะไม่เคยสัมผัสคำว่า “คลีนชีท” แต่ปัญหาดังกล่าวถูกบดบังด้วยการทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ทำให้จุดอ่อนนี้ถูกปิดลงไป

           แม้ว่าล่าสุด บริษัทรับพนันอย่างถูกกฎหมายในอังกฤษ จะยกให้พวกเขาเป็นเต็งสองในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ เป็นรองเพียง แมนฯซิตี้ เท่านั้น

             โดยจากบทสัมภาษณ์ล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ หลังจบเกมที่เปิดบ้านถล่มวัตฟอร์ด 5-1 ก็มองถึงปัญหานี้เช่นกัน โดยเขาได้ออกมาปฏิเสธการลุ้นแชมป์และมองว่ายังไม่ถึงเวลา ทีมของเขายังคงต้องทำงานหนักต่อไปเรื่อยๆ เพราะการนำเพียง 1 แต้ม ไม่สามารถการันตีอะไรได้เลยกับโปรแกรมที่เหลือยู่อีก 27 นัด

             ทีมงาน SBOBET มองว่าพวกเขายังต้องเจอกับ บทพิสูจน์อีกมากมาย ในช่วงบ็อกซิ่งเดย์ รวมไปถึงการเสียตัวหลักอย่าง ซาดิโอ มาเน่ ที่ต้องไปรับใช้ทีมชาติเซเนกัล ในศึกแอฟริกัน ออฟ เนชั่น ด้วยและสิ่งสำคัญคือเกมรับที่จะทำอย่างไรให้เสียประตูน้อยลง ถึงเวลานั้นถ้าผ่านวิกฤติมาได้ พวกเขาจะกลายเป็นทีมลุ้นแชมป์เต็มตัวอย่างแน่นอน

 

 

   

   

 

ครึ่งทางผ่านไปในแชมเปี้ยนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่ม

             ถึงเวลานี้ ศึกลูกหนัง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก็เดินทางผ่านมาครึ่งทางในรอบแบ่งกลุ่มเรียบร้อยแล้วนะครับ โดยเหล่าบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ยุโรป ก็ต่างพากันโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมออกมาให้เห็นแทบทุกทีมเลยก็ว่าได้ มาวันนี้ ทีมงานSBOBET จะขอรวบรวมสถิติที่น่าสนใจมาให้ท่านแฟนๆSBOBET ได้ดูกันว่ามีอะไรกันบ้าง

  • บาร์เซโลน่า จากสเปน และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์  จากเยอรมนี คือสองทีมที่ 3 นัดที่ผ่านมา ซัดไปแล้วเกิน 10 ประตู โดย เจ้าบุญทุ่ม กดไปถึง 13 ประตู ขณะที่ เสือเหลือง ทำได้ 10 ประตู
  • ลีเกีย วอร์ซอว์, คลับ บรูช และ ดินาโม ซาเกร็บ คือ 3 ทีมที่ยังไม่สามารถเก็บคะแนนได้ โดยแพ้รวดทั้ง 3 นัด
  • ลีเกีย วอร์ซอว์ (13ประตู), กลาสโกว์ เซลติก (12ประตู) และ ลูโดโกเร็ตส์ (10 ประตู) คือสามทีมที่เสียประตูมากที่สุดใน 3 นัดที่ผ่านมา
  • ถึงเวลานี้ยังไม่มีสโมสรจากอังกฤษทีมไหนเลย ที่สามารถได้ที่ คัมป์นู นับตั้งแต่ ลิเวอร์พูล บุกมาเอาชนะ บาร์ซ่า ได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2007 โดยเกมนั้น หงส์แดง บุกมาพลิกชนะ 2-1
  • ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะบาร์เซโลน่า กลายเป็นเป็นนักเตะที่ทำประตูในเกมเหย้าได้มากที่สุดตลอดกาลของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่จำนวน 50 ประตู โดยสโมสรที่ เมสซี่ ยิงประตูได้นั้น มาจากสโมสรจากเกาะอังกฤษ ที่โดนดาวเตะอาร์เจนไตน์ กระซวกไปถึง 16 ประตูด้วยกัน
  • “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คงจะเซ็งสุดๆเมื่อต้องดวลกับ บาร์เซโลน่า หลังพวกเขาต้องสังเวยใบแดง 4 จาก 5 เกมหลังสุดที่ทั้งคู่พบกัน
  • มีเพียง เรอัล มาดริด ทีมเดียวเท่านั้นที่สามารถซัดแฮตทริกได้มากกว่านักเตะอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ในถ้วยใบนี้ โดยราชันชุดขาว ทำไป 9 ครั้ง ส่วนเมสซี่ ทำไป 7 ครั้ง
  • เมซุต โอซิล เพลย์เมคเกอร์ตัวกลั่นจาก อาร์เซน่อล กลายเป็นแข้งรายที่ 5 ของ อาร์เซนอล ที่ทำแฮตทริกได้ในแชมเปี้ยนส์ลีก ต่อจาก เธียร์รี่ อองรี, นิคลาส เบนท์เนอร์, แดนนี่ เวลเบ็ค และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
  • “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ น้องใหม่ในถ้วยใบนี้ กลานเป็นทีมที่สร้างสถิติเก็บชัยชนะ 3 นัดรวดในถ้วยรายการนี้ได้สำเร็จ เป็นทีมแรกในถ้วย UCL ฤดูกาลนี้ ซึ่งนับเป็นสโมสรที่ทำได้ต่อจาก  เอซี มิลาน (1992/93), ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (1994/95), ยูเวนตุส (1995/96) และ มาลาก้า (2012/13) ซึ่งต้องคอยดูว่าแชมป์พรีเมียร์ลีก ทีมนี้จะเดินทางไปได้ไกลเท่าไหร่ในถ้วยใบใหญ่ครั้งแรกของพวกเขา
  • ริยาด มาห์เรซ ปีกคีย์แมนของ เลสเตอร์ กลายเป็นนักเตะที่มีส่วนร่วมกับเกมมากสุดกับ 5 ประตูที่ เลสเตอร์ ทำได้ใน ยูซีแอล ฤดูกาลนี้ โดยแข้งทีมชาติ แอลจีเรีย ทำไปแล้ว 3 ประตูกับอีก 1 แอสซิสต์  หลังผ่านไป 3 นัด (ยิง 3 แอสซิสต์ 1)
  • สุดยอดทีมที่เกมรับเหนียวแน่นที่สุดในรายการนี้นั้นมีหลายทีมีที่ยังไม่เสียประตูให้ใครเลย ประกอบไปด้วย แอตเลติโก มาดริด,ยูเวนตุส ,เซบีย่า และ เลสเตอร์ ซิตี้ หลังผ่านมาครึ่งทางของรอบแบ่งกลุ่ม    
  • อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และ ธีโอ วัลค็อตต์ เป็นนักเตะเลือดผู้ดีคู่แรกของ อาร์เซนอล ที่ยิงได้ในเกมเดียวกัน ครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นต้องย้อนไปเมื่อตุลาคมปี 2000 โดย เรย์ พาร์เลอร์ และ ลี ดิ๊กสัน เคยทำเอาไว้
  • “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กลาเป็นทีมที่มีโอกาสยิงประตูได้มากที่สุดถึง 43 ครั้ง ใน แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นนี้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าโอกาสมากมายขนาดนั้นแปรเปลี่ยนกลับมาได้มาเพียง 2 ประตูเท่านั้น

สรุปอันดับคะแนน ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ของแต่ละกลุ่ม โดยทีมงานSBOBET

กลุ่ม A P W D L PTS

1. อาร์เซน่อล 3 2 1 0 7

2 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 3 2 1 0 7

3 เอฟซี บาเซิ่ล 3 0 1 2 1

4 ลูโดโกเรตส์ รัซกราด 3 0 1 2 1

กลุ่ม B P W D L PTS

1 นาโปลี 3 2 0 1 6

2 เบซิคตัส 3 1 2 0 5

3 เบนฟิก้า 3 1 1 1 4

4 ดินาโม เคียฟ 3 0 1 2 1

กลุ่ม C P W D L PTS

1 บาร์เซโลน่า 3 3 0 0 9

2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3 1 1 1 4

3 โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 3 1 0 2 3

4 กลาสโกว์ เซลติก 3 0 1 2 1

กลุ่ม D P W D L PTS

1 แอตเลติโก มาดริด 3 3 0 0 9

2 บาเยิร์น มิวนิค 3 2 0 1 6

3 พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 3 0 1 2 1

4 เอฟเค รอสตอฟ 3 0 1 2 1

กลุ่ม E P W D L PTS

1 โมนาโก 3 1 2 0 5

2 ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 3 1 1 1 4

3 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 3 0 3 0 3

4 ซีเอสเคเอ มอสโก 3 0 2 1 2

กลุ่ม F P W D L PTS

1 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 3 2 1 0 7

2 เรอัล มาดริด 3 2 1 0 7

3 สปอร์ติ้ง ลิสบอน 3 1 0 2 3

4 ลีเกีย วอร์ซอว์ 3 0 0 3 0

กลุ่ม G P W D L PTS

1 เลสเตอร์ ซิตี้ 3 3 0 0 9

2 เอฟซี โคเปนเฮเก้น 3 1 1 1 4

3 เอฟซี ปอร์โต้ 3 1 1 1 4

4 คลับ บรูช 3 0 0 3 0

กลุ่ม H P W D L PTS

1 ยูเวนตุส 3 2 1 0 7

2 เซบีญ่า 3 2 1 0 7

3 โอลิมปิก ลียง 3 1 0 2 3

4 ดินาโม ซาเกร็บ

ฟุตบอลดัตช์ที่หายสาบสูญ

              ฟุตบอลช่วงฤดูฝน กำลังฟาดแข้งมันก็พาลทำให้ ทีมงานSBOET  นึกถึงอะไรบางสิ่งที่หายไป หากความทรงจำทะลุเข้าไปในหัว หนึ่งชาติที่เคยเป็นมหาอำนาจลูกหนัง รวมไปถึงมีสไตล์การเล่นที่สวยงาม เชื่อว่าหลายๆคนคงนึกถึงทีมนี้ “อัศวินสีส้ม” ฮอลแลนด์

              หาก แฟนSBOET  ยังจำกันได้ ฮอลแลนด์ คือทีมที่เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2010 และคว้าอันดับที่ 3 ในฟุตโลก 2014 หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเวทีระดับโลกพวกเขาก็ลงเล่นในรอบคัดเลือกเพื่อยูถโร 2016 ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาเก็บได้เพียง 1 เเต้มเท่านั้นจาก 6 เกมที่เจอเพื่อนร่วมกลุ่มอย่าง ไอซ์แลนด์ , ตุรกี และ สาธารณรัฐเช็ค ก่อนจะตกรอบไปแบบน่าอับอายด้วยการคว้าอันดับที่ 4 ของกลุ่มไปแบบเจ็บปวดสุดๆ 

Netherlands' Giovanni van Bronckhorst (L) celebrates with team mates after scoring against Uruguay during their 2010 World Cup semi-final soccer match at Green Point stadium in Cape Town July 6, 2010. REUTERS/Mike Hutchings

              เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเขากลับมาอีกครั้งหลังจากล้มเหลวพลาดท่าชวดคว้าตั๋วฟุตบอล ยูโร 2016 รอบสุดท้าย ที่ฝรั่งเศส เมื่อกลางปี โดยขุนพล “อัศวินสีส้ม” ลงประเดิมสนามในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม เอ ด้วยการบุกไปเสมอกับ “ไวกิ้ง” สวีเดน 1-1

              จากการที่ ฮอลแลนด์ ต้องล้มเหลวในรอบคัดเลือกใน ยูโร ตอนนี้พวกเขาต้องเผชิญกับการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งสำหรับแย่งพื้นที่เข้าไปแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย แต่ในขณะเดียวกันนั้นฮอลแลนด์ได้อยู่ในกลุ่มเดียวกับ ฝรั่งเศส และ สวีเดน ซึ่งนี่คืองานยากที่พวกเขาจะกลับมาท็อปฟอร์มแบบปัจจุบันทันด่วน

robben_sneijder

              ในช่วง 2-3 ปีก่อนฮอลแลนด์อยู่ในยุคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นำโดย เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ , อาร์เยน ร็อบเบน และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ แต่ในตอนนี้กลับไม่มีนักเตะคนไหนในประเทศที่ขึ้นมาเปล่งรัศมีเทียบเทียมพวกเขาเหล่านี้ได้เลย ส่วนหนึ่งที่ ทีมงานSBOBET คิดว่าเป็นปัญหาคือการหานักฟุตบอลเจเนเรชั่นใหม่เข้ามาทดแทน ในช่วง 2-3 ปีก่อนฮอลแลนด์อยู่ในยุคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นำโดย เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ , อาร์เยน ร็อบเบน และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ แต่ในตอนนี้กลับไม่มีนักเตะคนไหนในประเทศที่ขึ้นมาเปล่งรัศมีเทียบเทียมพวกเขาเหล่านี้ได้เลย นักเตะอย่าง ดาลี่ย์ บลินด์ เล่นดีก็จริงแต่ขาดความต่อเนื่อง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ก็เพิ่งจะขึ้นสู่ระดับที่สูงกว่าเดิมเมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่ เมมฟิส เดปาย ที่เคยจะฝากผีฝากไข้ก็ยังน่าผิดหวังและยังต้องพัฒนามากกว่าที่เป็นอยู่อีกเยอะ

              หากมองมาที่ในสโมสรในประเทศหรือทีมชาติชุดเยาวชนของพวกเขาก็กำลังแสดงให้เห็นว่า ฮอลแลนด์ กำลังมีเหล่าผลผลิตเยาวชนที่ยอดเยี่ยมที่รอการพัฒนาอยู่หลายรายเลยทีเดียว ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ดาวรุ่งชาวดัตช์ได้รับความน่าสนใจเป็นอย่างมาก แต่ปัญหาคือตอนนี้ฮอลแลนด์มักจะล้มเหลวสำหรับการยกระดับนักเตะเหล่านี้ขึ้นมา

janssen_3

              ทีมงานSBOBET เชื่อว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่าฮอลแลนด์จะกลับมาไร้เทียมทานเเละสร้างความสุขให้แก่แฟนบอลอีกครั้งเหมือนที่พวกเขาเคยทำในปี 1988 เมื่อพวกเขาคือหนึ่งในชาติที่อุดมไปด้วยนักเตะระดับเวิร์ลคลาส และมีนักเตะดัตช์ถึง 4 คนที่เข้าชิงรางวัลบัลลงดอร์ในปี 1988  นั่นคือ มาร์โก ฟาน บาสเท่น , รุด กุลลิต , แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด และ โรนัลด์ คูมัน

              ปัญหาที่แก้ยากที่สุดนั้นคือตอนนี้ฟุตบอลดัตช์ได้หยุดผลิตเหล่านักเตะที่เป็นอัจฉริยะในวงการฟุตบอลไป พร้อมปล่อยให้ชาติอย่าง สเปน , เบลเยี่ยม , เยอรมัน , และ ฝรั่งเศส กลายเป็นประเทศที่กลายเป็นต้นแบบการผลิตนักเตะที่รอบด้านแทนไม่ว่าจะเป็น การเคลื่อนที่ , การเล่นที่สร้างสรรค์ และ เทคนิค ซึ่งก่อนหน้านี้ ฮอลแลนด์คือต้นตำรับการผลิตนักเตะเช่นนี้

              หลายสิบปีที่ผ่านมา ฮอลแลนด์ คือทีมที่มีศักยภาพกดขี่เพื่อนบ้านอย่าง เบลเยี่ยม ทางด้านฟุตบอลมาโดยตลอดแต่ ทีมงานSBOBET เชื่อว่าตอนนี้มันได้สลับบทบาทกันเสียเเล้ว วงการฟุตบอลดัตช์กำลังเกิดหลายๆความรู้สึกพร้อมๆกันไม่ว่าจะเป็นความกลัว , ความอิจฉา ที่พวกเขาไม่มีนักเตะอย่าง เอเเด็ง อาซาร์ และ เควิน เดอ บรอยน์

              ในระยะยาวไม่มีใครรู้ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นต่อไปสำหรับฮอลแลนด์ มันเป็นเรื่องที่น่าดึงดูดเหลือเกินสำหรับการจับตาดูผลกระทบจากวิกฤติในวงการฟุตบอลดัตช์ ซึ่งคงต้องลุ้นสุดๆอีกครั้งในการคว้าตั๋วไปฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย แม้ว่าสำหรับหลายทศวรรษที่ผ่านมา ฮอลแลนต์ จะสอนให้โลกได้รู้จักว่าฟุตบอลเล่นกันอย่างไร ทว่าตอนนี้คงถึงเวลาเเล้วที่พวกเขาจะต้องกลับมาเรียนรู้จากชาติอื่นบ้างแล้วหละครับ